วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เปิดตัว Fujifilm XF10 กล้องคอมแพคตัวเล็กแต่เซ็นเซอร์ใหญ่มาก#7

Fujifilm เปิดตัวกล้องคอมแพ็ครุ่นใหม่ XF10 ซึ่งเป็นกล้องรุ่นถัดจาก X70 มีสเปกของเลนส์ใกล้เคียงกัน คือใช้เลนส์แบบ Fix หรือไม่สามารถปรับการซูมได้ ระยะ 18.5mm รูรับแสงขนาด f/2.8                             ถึงแม้เป็นกล้องคอมแพ็คแต่ก็มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K (15 fps) หน้าจอรองรับการสัมผัส มาพร้อมกับ Joysitck  ในการควบคุม XF10 ใช้ PASM dial และเพิ่ม Square mode ทำให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพอัตราส่วน 1:1 ได้ พร้อมใช้งานกับ Instagram เลยทีเดียว และยังรองรับการส่งภาพผ่าน Bluetooth LE อีกด้วยFujifilm XF10 พร้อมวางจำหน่ายในราคา $499 หรือประมาณ 17,000 บาท
ที่มา : www.sanook.com

                           วิเคราะห์ข่าว:ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ควรค่าแก่การครอบครองเนื่องจากมีราคาไม่สูงมาก ถึงเป็นแค่กล้องคอมแพคแต่มีเซนเซอร์ขนาดใหญ่พอๆกับกล้องmirrorless แถมยังมีน้ำหนักเบากว่าทรวดทรงเล็กพกพาง่ายไม่เปลืองพื้นที่ มีคมชัดของภาพถึง 24 ล้านพิกเซล และยังสามารถถ่ายวิดีโอได้ถึงระดับ 4k มีทั้งระบบรองรับการสัมผัสและJoysitck 

วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

การทดลองครั้งใหม่ใช้ยามะเร็งที่ไวต่อความร้อน เพื่อการรักษาเนื้องอกได้อย่างตรงจุด #6

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลกอย่าง Oxford ประสบความสำเร็จค้นพบวิธีการปล่อยยาต้านโรคมะเร็งเข้าสู่เนื้องอกได้อย่างตรงจุดด้วยการใช้คลื่น Ultrasound เพื่อทำให้บริเวณที่มีเนื้อร้ายนั้นมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ทำให้เกิดการปล่อยยารักษาเนื้อร้ายได้อย่างตรงจุด 
           การทดลองในครั้งนี้เริ่มต้นด้วยการฉีดยาเคมีบำบัดแบบแคปซูลที่มีลักษณะไวต่อความร้อนเข้าไปในผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ และเมื่อยาเดินทางเข้าไปในร่างกายแล้วก็จะได้รับการกระตุ้นด้วยคลื่นเสียงอัลตราโซนิค เพื่อให้เกิดความร้อนกับตัวยา ทำให้เกิดการปลดปล่อยตัวยาออกมาจัดการกับเนื้อร้าย

ที่มา:news.thaiware.com
วิเคราะห์ข่าว:ถือเป็นเรื่องที่หน้ายินดี อีกเรื่องหนึ่ง โดยแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางการแพทย์ โดยการใช้เทคโนโลยีมาร่วมด้วย สามารนำไปใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งให้รักษาได้อย่างอย่างรวดเร็ว

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

อีลอน มัสก์ เผยไอเดียล่าสุด สร้างเรือดำน้ำขนาดเล็ก ช่วยน้องๆ ทีมหมูป่า แต่อาจไม่ได้ใช้#5

อีลอน มัสก์ นักนวัตกรรมระดับโลกและ CEO ของบริษัทด้านอวกาศอย่าง SpaceX ได้ตัดสินใจส่งทีมวิศวกรจาก SpaceX มาเมืองไทย เพื่อใช้เทคโนโลยีของพวกเขา พาน้องๆ ทีมฟุตบอลหมูป่าออกมาจากถ้ำเขาหลวง ล่าสุด อีลอน มัสก์ ได้ทวีตข้อความว่า อาจมีการใช้ "เรือดำน้ำขนาดพอดีตัวเด็ก" (kid-sized submarine) ในการนำ 12 น้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่า รวมถึงโค้ชออกมาจากถ้ำ โดยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ และทีมวิศวกรของเขาพยายามหาทางออกให้กับปัญหานี้
ที่มา: news.thaiware.com

เรือดำน้ำขนาดเล็กที่ มัสก์ ชี้แจงรายละเอียดเอาไว้ว่า อาจมีการใช้ส่วนท่อนำส่งอ๊อกซิเจนเหลวของจรวด Falcon (Liquid oxygen transfer tube) มาทำเป็นตัวลำที่มีความแข็งแรง และมันจะมีน้ำหนักเบาพอที่จะให้นักดำน้ำ 2 คนสามารถนำพาเรือดำน้ำนี้ให้เคลื่อนที่ไปได้ โดยที่เด็กไม่ต้องทำอะไรนอกจากนอนนิ่งๆ ขนาดของมันเล็กพอที่จะผ่านช่องแคบของถ้ำได้อย่างไร้ปัญหา
วิเคราะห์ข่าว:ถือเป็นเรื่องที่ดีมากในการนำเทคโนโลยีไปใช้ช่วยเหลือเด็ก แสดงถึงความมีน้ำใจของคนประเทศต่างๆทุกๆหน่วยงานที่ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ชาวไทย และให้ความสำคัญเกี่ยวกับชีวิตของทุกๆชีวิต

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ข่าววงการไอทีวิศวกรออกแบบเคสมือถือสุดเจ๋งป้องกันการทำตกทุกท่วงท่า#4

     
ที่มา:www.beartai.com

Philip Frenzel วิศวกรจาก Aalen University ในเยอรมนี ได้ทำการคิดค้นเคสมือถือที่สามารถรับมือกับการทำตกได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไอเดียของเขาได้รับรางวัลชนะเลิศในวิศวกรรมสาขาวิชาแมคคาทรอนิกส์ทั่วประเทศด้วย

ที่มา:www.beartai.com


จากตัวอย่างจะเห็นว่า เคสถูกออกแบบโดยมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับไว้ด้านใน และจะตอบสนองทันทีเมื่อมือถือมีการร่วงหล่น โดยตัวเคสจะทำการยื่นขาตั้งทั้ง 4 ด้านออกมารองรับการตกกระแทกพื้นในทุกเหลี่ยมมุม สามารถป้องกันความเสียหายให้กับมือถือได้อย่างปลอดภัย

วิเคราะห์ข่าว:เป็นการออกแบบที่ดีมากเนื่องจากโดยปกติคนเรามักทำโทรศัพท์ตกบ่อย และก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ แต่ถ้าเราใช้เคสตัวนี้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้โทรศัพท์ตกพื้นเกิดความเสียหาย

AI ของ Google สามารถทำนายวันเสียชีวิตของมนุษย์ได้แม่นยำถึง 95% #3

           
ที่มา:www.beartai.com
                  โมเดลการใช้ AI ของ Google สามารถทำนายวันเสียชีวิตของคนไข้ในโรงพยาบาลได้แม่นยำกว่าการวัดผลด้วยวิธีอื่น ๆ ในอดีต โดยมีการยกตัวอย่างเคสของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายหนึ่ง ที่มีการนำ AI มาใช้วินิจฉัยการรักษา ซึ่ง AI ได้ทำการวิเคราะห์จากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ 175,639 ข้อมูล ก่อนจะประมวลผลว่าผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีวิต 19.9% โดยพบว่าสองสัปดาห์ก่อนหน้านั้นผู้ป่วยถูกประมวลผลว่ามีโอกาสเสียชีวิต 9.3% นั่นหมายความว่า AI วินิจฉัยโอกาสเสียชีวิตของผู้ป่วยดังกล่าวสูงขึ้น และที่น่าสนใจก็คือในสองสัปดาห์หลังจากนั้น ผู้ป่วยก็เสียชีวิต
วิเคราะห์ข่าว:ถือเป็นข้อดีทางการแพทย์ ที่สามารถคาดคะเนการตายผู้ป่วยได้ล่วงหน้าและการคาดคะเนโอกาศการเสียชีวิต

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561

Gmail เตรียมปล่อยฟีเจอร์ใหม่นำ AI มาช่วยแจ้งเตือนอีเมล์ที่สำคัญให้ผู้ใช้#2

                 ล่าสุด Google เผยว่าต้องการเปลี่ยนแปลงวิธีการแจ้งเตือนอีเมล์ของ Gmail โดยนำระบบ Machine Learning และ AI เข้ามาช่วยในการแจ้งเตือนอีเมล์ที่มีความสำคัญก่อน (High priority only)




                ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามานี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกรับการแจ้งเตือนเฉพาะอีเมล์ที่ผู้ใช้งานสนใจ ต้องการอ่านเป็นอันดับแรก หรืออีเมล์ที่ระบบ AI พิจารณาแล้วว่ามีความสำคัญสูง แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับอัลกอริทึมของ AI ที่จะใช้ในการกำหนดว่าอีเมล์ไหนที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้งาน แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะดูจากอีเมล์ของบุคคล กลุ่ม หรือธุรกิจที่ผู้ใช้งานติดต่ออยู่ประจำ 
วิเคราะห์ข่าว:ฟีเจอร์นี้ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานที่ได้รับอีเมล์เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้เห็นอีเมล์ที่สำคัญก่อน

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561

4.0 ของจริง! คนสวีเดนเริ่มฝังไมโครชิปบนผิวหนังแทนพกบัตรประชาชน#1





ที่มา:www.beartai.com

สำนักข่าว AFP รายงานว่าปัจจุบันประชาชนชาวสวีดิชเริ่มทำการฝังไมโครชิปลงบนผิวหนังของตนเอง ซึ่งสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น อาทิ ไม่ต้องพกบัตรประชาชน, ใช้สแกนแทนคีย์การ์ดในการเข้าทำงานในออฟฟิศ, ซื้ออาหารจากตู้อัตโนมัติ, เข้ายิม, หรือใช้แทนตั๋วรถไฟ โดยรายงานระบุว่าในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา มีชาวสวีดิชกว่า 3,000 รายที่ติดไมโครชิปแล้ว

สำหรับการฝังชิปนั้นจะมีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อยระดับมดกัดไม่ต่างจากการเจาะหู ซึ่งการฝังชิปแม้จะฝังไว้ที่ผิวหนังแต่ก็อยู่ในระดับชั้นที่ไม่ลึก ทำให้การอ่านค่าชิปรวมทั้งบันทึกข้อมูลจัดเก็บสามารถทำได้ง่ายและแม่นยำ ซึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้คนสวีเดนหันมาใช้ไมโครชิปมากกว่าชาติอื่น ๆ ก็เนื่องจากระบบการจัดการด้านความปลอดภัยของข้อมูลในประเทศนั้นมีประสิทธิภาพระดับสูงสุดที่ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนตัวจะเป็นความลับไม่รั่วไหลแน่นอน

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีประชากรในสวีเดนเพียง 2% ที่ยังพกเงินสดติดตัว ขณะที่อีก 98% นั้นจ่ายผ่านบัตรเครดิตและสมาร์ทโฟนหมดแล้ว ซึ่งเทรนด์ของการใช้ร่างกายมนุษย์

วิเคราะห์ข่าว:เป็นการแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี ณ ปัจจุบันได้ก้าวล้ำขึ้นไปมากและสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันให้สะดวกและง่ายดายมากขึ้น โดยไม่ต้องพกบัตรประชาชนให้ลำบากเพียงแค่ฝังไมโครชิพที่ผิวหนังก็แสกนได้เลย